There are no translations available.

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557   ที่มา: เดลินิวส์

สิงคโปร์เป็นประเทศใน AEC ที่อยู่ตอนใต้ของไทยเราและมีขนาดเล็กมากคือมีพื้นที่ 700 ตารางกิโลเมตรเศษ ๆ ใหญ่กว่า เกาะภูเก็ตเพียง 200 ตารางกิโลเมตรเท่านั้นเอง ตอนที่สิงคโปร์ถูกบีบให้แยกตัวออกจากมาเลเซียในปี 2508 นั้น ลีกวนยู นายกฯ สิงคโปร์สมัยนั้นถึงกับหลั่งน้ำตาในการแถลงข่าวเพื่อแจ้งข่าวร้ายให้คนสิงคโปร์รู้ว่าต้องแยกประเทศออกมา

ที่หลั่งน้ำตาก็เพราะเขารู้ดีว่าสิงคโปร์ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากแน่ ๆ เพราะนอกจากประเทศจะไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ มีคนอยู่ไม่ถึงสองล้านคน ตอนนั้น ธรรมชาติและต้นไม้ใบหญ้าก็ถูกทำลายไปซะแทบไม่เหลือ

นอกจากการพยายามสร้างประเทศ ให้โปร่งใสและมีประ สิทธิภาพมากพอจะได้แข่งกับประเทศ อื่น ๆ ได้นั้น สิงคโปร์ ก็ไม่ลืมที่จะพัฒนาประเทศเพื่อรองรับการท่องเที่ยว เพราะรู้ว่ารายได้ที่มาจากการท่องเที่ยวนั้นน่ะเป็นรายได้ที่กระจายลงไปถึงรากหญ้าได้ดีกว่ารายได้จากแหล่งอื่น ๆ แต่เพราะประเทศเป็นเกาะที่แทบจะไม่มีแหล่งท่องเที่ยวเลย รัฐบาลสิงคโปร์จึงต้องใช้วิธีสร้างแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมาดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุก กาสิโน ถนนชอปปิง และโค้งน้ำหรือเบย์ไว้จัดกิจกรรม

แต่ที่สร้างแล้วผมว่าน่าอะเมซิ่งก็คือสวนป่าฝีมือมนุษย์ที่ชื่อ 'การ์เด้นท์บายเดอะเบย์" ครับ ที่สร้างข้าง ๆ "มาริน่าเบย์" นอกจากจะมีต้นไม้เทียมประดับไฟสวยงามแล้ว เขายังสร้างโดมติดแอร์สูงเท่ากับตึกเป็นสิบชั้นขึ้นมา 2 โดม โดมแรก สร้างไว้เพื่อเอาต้นไม้ดอกไม้สวย ๆ จากทั่วโลก มาจัดแสดง วันที่ผมไปนั้นเขาจัดเอาดอกทิวลิปทั่วโลกมาจัดแสดงซึ่งต้องยอมรับว่าการจัดนั้นเขาจัดได้งดงามน่าประทับใจ แม้แต่นักท่องเที่ยวจากยุโรปดินแดนเจ้าของดอกทิวลิปยังต้องมาเที่ยวชมและกระหน่ำถ่ายรูปไม่แพ้คนเอเชียหัวดำที่ประเทศไม่มีดอกทิวลิปเลยทีเดียว

แต่อีกโดมสิครับที่น่าอะเมซิ่งมากกว่าอีกเพราะเขาไปเอาต้นไม้ในป่าหลากหลายชนิดที่ทั้งมีและไม่มีในทวีปเอเชียของเรา มา สร้างป่าเทียมในห้องแอร์ มีบันไดพาเดินดูต้นไม้แปลก ๆ จากทั่วโลกพร้อมมีป้ายอธิบายว่าต้นไหนชื่ออะไร มาจากป่าประเภทไหน ประเทศอะไร ทำป่าเทียมอย่างอลังการแล้วยังไม่พอ เขายังทำน้ำตกสูงลิบลิ่วเพื่อสร้างบรรยากาศป่าดงดิบให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ตอนที่ผมไปชมสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ ที่แม่ริมจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีแนวคิดในการสร้างเหมือน ๆ กัน ผมว่าก็ยอดเยี่ยมแล้ว แต่พอได้ไปดูของสิงคโปร์เขาต้องยอมรับว่าเขากล้าลงทุนมากกว่าเรา เลยทำให้ของเขาดูอลังการกว่าของเรามาก

อีกอย่างที่ทำให้ผมอะเมซิ่งก็คือ 'ความคิดสร้างสรรค์" ของการนำเสนอที่ผมว่าวันนี้สิงคโปร์เขาทำได้ดีอย่างน่าชมเชย อย่างตรงบริเวณที่เขาเอาเฟิร์นหายากมาแสดง แต่เฟิร์นนั้นอยู่บนพื้นต่ำ ๆ ซึ่งคนที่มาเที่ยวชมอาจจะมองข้ามไป เขาก็เอารถไฟเด็กเล่นเล็ก ๆ น่ารัก มาวิ่งเวียนไปเวียนมาดึงดูดสายตาให้เราหันไปสนใจเฟิร์นหายาก

อีกอันที่ต้องยอมให้ในความคิดสร้างสรรค์ของเขาก็คือการแสดงหินงอกหินย้อยของเขา ครั้งแรกที่เห็นว่าเขาเล่นเอา หินงอกหินย้อยมาวางบนพื้นแล้วให้เราเดินเข้าไปดู ใกล้ ๆ ผมก็รู้สึกว่าสิงคโปร์ "พลาดละ" มีอย่างที่ไหนเอาหินงอกหินย้อย มาวางกับพื้น แม้จะสามารถเดินเข้าไปดูได้ใกล้ชิดมากกว่าการดูของจริงในถ้ำ แต่อารมณ์มันไม่ได้นะ กำลังจะออกปากบ่น ผมก็เผอิญแหงนหน้าขึ้นไป มองเพดานเลยทำให้เห็นว่าสิงคโปร์เขาเอากระจกเงาไปติดเฉียง ๆ เวลายืนข้าง ๆ หินงอกหินย้อย แล้วแหงนมองขึ้นไปที่กระจก เราก็จะเห็นภาพหินงอกหินย้อยห้อยมาจากด้านบนเหมือนของจริงในถ้ำเลย สรุปว่าด้วยการนำเสนอที่เน้นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ทำให้นักท่องเที่ยวได้ดูทั้งอย่างใกล้ชิดและได้อารมณ์เสมือนจริง

ที่น่าอะเมซิ่งและน่าเศร้าใจในขณะเดียวกันก็คือขณะที่เกาะภูเก็ตของเรามีธรรมชาติครบทุกอย่างเหนือกว่าประเทศที่เป็นเกาะอย่างสิงคโปร์ในทุกด้านรวมถึงอาหารการกินและความน่ารักของคนไทย แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเลือกที่จะไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยว "มนุษย์สร้าง" ที่สิงคโปร์ถึง 15 ล้านคนต่อปีทำรายได้เข้าประเทศมากกว่า 6 แสนล้านบาทต่อปี ขณะที่เลือกมาเที่ยวภูเก็ตเพียง 6 ล้านคนสร้างรายได้เพียง 2 แสนล้านบาทเท่านั้นเอง.

Site Login