There are no translations available.

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2557   ที่มา- มติชน

 

ตอบรับคำเชิญจาก สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่ ให้ร่วมเดินทางไปเยือน นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ โดยการข้ามผ่านสะพานแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชียงของ-ห้วยทราย ที่เปิดใช้เต็มพิกัดเมื่อไม่นานมานี้ ลัดเลาะไปตามเส้นทาง R3A หรือที่เรียกว่า "เส้นทางสายไหม" ที่เชื่อมร้อย 3 ประเทศ ไทย-สปป.ลาว-จีน เข้าไว้ด้วยกัน

R หมายถึง Road ส่วน 3 หนีไม่พ้น ไทย จีน และ สปป.ลาว ใน ขณะที่ A คือ Asia เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อปี 2538 แม้จะยังไม่เสร็จแต่ก็เริ่มใช้เพื่อการคมนาคมมาเรื่อยๆ และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2551 หรือ 7 ปีที่ผ่านมา

ย้อนไปยังวันที่ยังไม่มีเส้นทาง R3A การเดินทางค่อนข้างทุลักทุเล ต้องนำรถขึ้นแพขนานยนต์เพื่อข้ามแม่น้ำโขง ก่อนจะทะลุผ่านเข้าห้วยทราย บ่อแก้ว หลวงน้ำทา บ่อเต็น ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อเข้าด่านบ่อหานและมุ่งหน้าสู่เชียงรุ่ง (เชียงรุ้ง) หรือจิ่งหง แคว้นสิบสองปันนา สาธารณรัฐประชาชนจีน

ธารทิพย์ ทองงามขำ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ เขต 3 บอกว่า อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์อยากให้สื่อมวลชนไทยเป็นตัวกลางให้การนำเสนอข้อมูลข่าวสารตามความเป็นจริง จึงถือเป็นการเปิดโลกของการนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน การรู้เขารู้เราเป็นสิ่งที่ดี ขณะเดียวกันก็เป็นการนำเสนอข้อมูลสู่ชาวไทยและชาวจีน เพื่อเป็นข้อมูลข่าวสารที่มั่นคง

ก่อนข้ามฝั่งโขง มีการเตรียมการก่อสร้างโลจิสติกส์ ปาร์ค (Logistics Park) บนเนื้อที่ 302 ไร่ บริเวณขวามือก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำโขงของ นายหู เย่ว ประธานบริษัท เจ๋ฟง โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด นักธุรกิจชาวจีนที่มาเข้าทำธุรกิจการขนส่งสินค้าส่งออกและนำเข้า ซึ่งเปิดเผยข้อมูลว่า เขาตั้งใจสร้างศูนย์กระจายสินค้า โกดังที่ทันสมัยทางด้านการขนส่ง การบรรจุหีบห่อ การแปรรูป และการแสดงสินค้า มีขนาดใหญ่และทันสมัยในว่า เขาตั้งใจสร้างศูนย์กระจายสินค้า โกดังที่ทันสมัยทางด้านการขนส่ง การบรรจุหีบห่อ การแปรรูป และการแสดงสินค้า มีขนาดใหญ่และทันสมัยในระดับนานาชาติ ด้วยเม็ดเงินลงทุนสูงลิ่วถึง 6,000 ล้านบาท

ตอกย้ำความสำคัญที่รัฐบาลจีนมุ่งมั่นพัฒนามณฑลยูนนานให้เป็นเมืองเศรษฐกิจทางตอนใต้ของประเทศจีน ด้วยการเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศอาเซียนที่อยู่ในกลุ่มความร่วมมือสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ได้แก่ ภาคเหนือของไทย ลาว พม่า และภาคใต้ของจีน (มณฑลยูนนาน) เพื่อส่งผลต่อการขยายตัวและเพิ่มมูลค่าทางการค้าระหว่างภูมิภาค รวมทั้งเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เช่น การค้าขายข้ามประเทศ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจท่องเที่ยว และที่สำคัญคือ... เส้นทางขนส่งสินค้า R3A ยาวจากคุนหมิงถึงกรุงเทพฯ ด้วยระยะทาง 1,887 กิโลเมตร

ทุกวันนี้... เส้นทางสายไหมจึงหอมหวานยิ่งแม้ถนนหนทางในเขต สปป.ลาวจะยังไม่คึกคักนัก บางช่วงเสียหายและเต็มไปด้วยฝุ่น แต่ยังเห็นแม่ค้าหน้าหวานตั้งเพิงขายผลไม้สด ปักผ้าให้ดูอยู่ริมถนน เห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น บ่อนกาสิโนขนาดใหญ่ผุดขึ้นริมฝั่งโขง จุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าระหว่างเมืองกว้างขวางขึ้น และป้ายประกาศขายไร่นาตั้งแต่ปากทางเข้าเขตแดน... บ่งชี้ถึงสัญญาณบางอย่าง

เมื่อเข้าสู่เชียงรุ้ง สิบสองปันนา สาธารณรัฐประชาชนจีน สัมผัสได้ถึงความแตกต่างหากเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมาเมืองนกยูง ในวันนี้เจริญรุดหน้าแบบก้าวกระโดด มีโครงการก่อสร้างกรุงเทพฯ เดินทางมาเป็นคาราวานด้วยรถยนต์ส่วนตัว เพื่อมุ่งหน้าไปแชงกรีล่า หรือที่เรียกกันว่าหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน ซึ่งขณะนี้กำลังขาวโพลนไปด้วยหิมะหนาเตอะ เพราะสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 3,960 เมตร

ซึ่งตรงกับ จุดประสงค์ของการก่อสร้างถนนสายเศรษฐกิจ R3A ที่นอกจากเชื่อมโยงการคมนาคมในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงระดับมหภาค ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านการเดินทางโดยรถยนต์และรถโดยสาร เพื่อเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว

ตัวเลขจากสำนักงานเขตเศรษฐกิจบ่อหานของจีนระบุว่า ปีที่ผ่านมาด่านบ่อหานมียอดการซื้อขายถึง 23,900 ล้านหยวน มีบุคคลผ่านเข้าออกมากถึง 129 ล้านคนต่อปี ในขณะที่ปีนี้มีตัวเลขการเติบโต 10 เปอร์เซ็นต์ แสดงถึงศักยภาพของเส้นทาง R3A ที่ไม่เพียงเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมในแง่ของการท่องเที่ยวด้วย

การเดินทางครั้งนี้ได้เห็นการพัฒนาและขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจที่รุดหน้าอย่างมาก ตลอดเส้นทางที่มุ่งสู่นครคุนหมิง ทั้งโรงงานอินชี่นัท ผลไม้ลูกเล็กที่นำเมล็ดมาสกัดเย็นเป็นน้ำมันคุณค่าสูงด้วยโอเมก้า 3, โรงงานผลิตน้ำดื่ม Wahaha ขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของจีน ทั้งชาดีมีชื่อ "ผูเอ่อ" Deepure ซึ่งยังมีการผลิตยารักษาโรคหัวใจที่ทำรายได้ 3,000 ล้านหยวนต่อปี หรือการร่วมทุนผลิตกาแฟ "อ้ายนี" (Aini) ที่เมืองผูเอ่อ ของ Starbucks จากสหรัฐอเมริกา ที่สร้างรายได้ชนิดห่อ 30 ล้านหยวนต่อปี และชนิดเมล็ด 100 ล้านหยวนต่อปี

ที่น่าตื่นตาคือ แหล่งผลิตพืชผักขนาดใหญ่ของอำเภอทงไห่ เมืองยี่ซี โดยบริษัทส้งเวย ที่ย้ำชัดถึงความเป็นเกษตรออร์แกนิค ทุกขั้นตอนการผลิตจะไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงอย่างเด็ดขาด โดยมีไทยเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าไปยังเวียดนาม เกาหลี และเยอรมนี ด้วยผลผลิต 40,000 ตันต่อปี รายได้มูลค่า 80 ล้านดอลลาร์ในปี 2557 ตั้งเป้าส่งพืชผักออกขายทั่วโลกภายใน 1 ปี หลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC

เช่นเดียวกับตลาดค้าส่งดอกไม้ "โตว่หนาน" (Dounan) ที่นคร คุนหมิง ซึ่งทำรายได้สูงทะลุ 3.8 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งมีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ในนั้นคือการรับซื้อกล้วยไม้กับไทย ที่นี่มีห้องประมูลดอกไม้ใหญ่ที่สุดในโลก มีปริมาณการซื้อขายสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย

เรียกว่าเป็น Flower Land มองไปทางไหนก็สดชื่นไปด้วยดอกไม้นานาชนิดที่ส่งกลิ่นและสีสันสวยงามเข้าตา

ธารทิพย์บอกว่า ตัวเลขการค้าขายในปีที่ผ่านมาของไทย-ยูนนาน อยู่ที่ 1,500 ล้านดอลลาร์ แต่ยังต่ำกว่าพม่าและเวียดนาม โดยเดือนมกราคมตุลาคม 2557 ยอดลดลงเหลือ 700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร อาหารทะเล และพืชผักต่างๆ โดยยังมีปัญหาการขนถ่ายสินค้าบริเวณด่านบ่อเต็นของ สปป.ลาว ที่ยังจำเป็นต้องถ่ายสินค้าจากรถของฝ่ายหนึ่งไปยังรถของอีกฝ่ายที่มารอรับบริเวณจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งสูงขึ้นเที่ยวละ 2,000-3,000 หยวน รวมทั้งการเสียเวลาอีกมากกว่า 3 ชั่วโมง ส่งผลโดยตรงต่อสินค้าประเภทผักและผลไม้ จำเป็นจะต้องเก็บในตู้สินค้าปรับอากาศตลอดการขนส่งจากต้นทางถึงปลายทาง รวมทั้งการกำหนดนำเข้าแรงงาน ณ จุดลงทุนในไทย

เฉา เสี่ยวเหลียง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่ ที่ร่วมสำรวจเส้นทาง R3A ตลอด 7 วัน กล่าวเสริมว่า ไทยและจีนไม่ใช่อื่นไกล แต่เป็นพี่น้องกัน แม้สถานการณ์การเมืองไทยจะมีปัญหา แต่ไทย-จีนอยู่เคียงข้างกันไม่เปลี่ยนแปลง โดยปีนี้มีตัวเลขการค้าขาย 70,000 ล้านหยวน พร้อมตั้งเป้าปีหน้าไปที่ 1 แสนล้านหยวน จีนจึงเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทย ควบคู่ไปกับตัวเลขนักท่องเที่ยว 4.7 ล้านคนในปีที่ผ่านมา

คณะเราเดินทางกลับเชียงใหม่ด้วยการบินตรงจากสนามบินคุนหมิง ใช้เวลาเพียง 1.30 ชั่วโมง ซึ่งอนาคต หากการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงแล้วเสร็จ จะมีทางเลือกใหม่ในการเดินทาง ยิ่งช่วยให้ความสัมพันธ์สองฝ่าย ไทย-จีน แนบแน่นยิ่งขึ้นด้วยความร่วมมือที่ยาวนานมากว่า 40 ปี

สิ่งที่ย้ำชัดในใจคือ รัฐบาลจีนรุกคืบอย่างรวดเร็วประหนึ่งมังกรผงาดฟ้า จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทยที่ต้องวางแผนรับมือ

เพื่อประโยชน์ที่จะก่อเกิดกับประชาชนของสองประเทศและภูมิภาคนี้ในอนาคตอันใกล้

 

Site Login